เมื่อครั้งหนึ่ง UFO มาเชียร์ ฟิออเรนตินา ถึงสนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี

เมื่อครั้งหนึ่ง UFO มาเชียร์ ฟิออเรนตินา ถึงสนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก หลัง เพนตากอน หรือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เผยแพร่คลิปวิดีโอการพบกับวัตถุปริศนาเหนือน่านฟ้าที่ถูกถ่ายได้โดยนักบิน ที่ก่อนหน้านี้ถูกเก็บเป็นความลับมานานหลายปี     

 

แม้อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพบเห็นวัตถุปริศนาแบบนี้ แต่ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดหลักฐานอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เอง ซึ่งทำให้กระแส UFO และมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลกได้ถูกพูดถึงอีกครั้ง 

ในขณะที่วงการกีฬา ก็เคยมีพัวพันกับ UFO มาเหมือนกัน เมื่อครั้งหนึ่งเคยมีวัตถุปริศนามาชมการแข่งขันของ ฟิออเรนตินา ทีมดังของอิตาลีถึงสนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี ต่อหน้าผู้คนนับหมื่นคน 

เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ร่วมติดตามไปพร้อมกับเราได้ที่นี้ 

 

วัตถุลึกลับจากนอกโลก 

UFO และมนุษย์ต่างดาวถือเป็นสิ่งลึกลับที่อยู่คู่กับโลกมาหลายสิบปี เพราะนับตั้งแต่ เคนเน็ธ อาร์โนลด์ นักบินและนักธุรกิจชาวอเมริกันออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เขาได้พบกับวัตถุประหลาดขณะขับเครื่องบินส่วนตัวเหนือเทือกเขาเรนเนียร์ในปี 1947 ก็มีรายงานการพบ UFO ออกมาจนถึงปัจจุบัน 

หรือแม้ในประเทศไทยเอง ก็เคยมีการรายงานการพบเห็น UFO หลายครั้ง ซึ่งครั้งที่โด่งดังที่สุด น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2501 โดยมีบันทึกจากเจ้าหน้าที่กงศุลสหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่

ในรายงานระบุว่ามีการพบเห็นวัตถุบินได้ในระดับต่ำที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมาก โดยมีคนพบเห็นหลายคนรวมไปถึงพยานชาวอเมริกัน ก่อนที่วัตถุดังกล่าวจะลอยไปตกทางภาคตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ บริเวณ อ.สันกำแพง 

ในตอนนั้นสถานกงศุลได้ส่ง โรเบิร์ต จอร์จ บริวสเตอร์ รองกงศุลที่ต่อมาเป็นหัวหน้า CIA ประจำเกาหลีใต้ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูล แต่เนื่องจากพื้นที่ที่คาดว่าเป็นจุดตกเป็นป่ารก ทำให้สุดท้ายคณะตรวจสอบไม่สามารถเข้าไปถึงในจุดนั้น และก็ไม่มีรายงานอะไรเพิ่มเติมจากเรื่องนี้ 

อันที่จริง UFO มาจากคำว่า Unidentified Flying Object หรือ “วัตถุบินได้ที่ไม่สามารถระบุว่าเป็นอะไร” ซึ่งเป็นคำจำกัดความจากกองทัพสหรัฐฯ ที่คนส่วนใหญ่ตีความว่าเป็นจานบิน หรือยานพาหนะของมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก 

ทว่าบางครั้ง สิ่งที่ผู้คนพบเห็นและเข้าใจว่าเป็น UFO นั้น อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของผู้พบเห็นเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ดาวเทียม เครื่องบิน บอลลูน จรวด หรือที่พบบ่อยในปัจจุบันอย่าง โดรน หรือบางทีก็อาจจะเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นจากระบบสุริยะอย่าง อุกกาบาต หรือ ดาวหาง 

อย่างไรก็ดี ก็มีหลายครั้งที่มันให้คำตอบไม่ได้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่สนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี 

 

UFO บุกสนามฟุตบอล

27 ตุลาคม 1954 ในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเริ่มเย็นขึ้นในประเทศอิตาลี ที่เมืองฟลอเรนซ์ แคว้นทัสคานี แฟนบอลนับหมื่นคนได้มีโอกาสออกมายืดเส้นยืดสายนอกบ้านในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ หลัง ฟิออเรนตินา สโมสรชื่อดัง มีคิวลงเตะกระชับมิตรกับ ปิสตอยเซ คู่แข่งร่วมเมือง ที่สนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคีc_29_articolo_1020300_upiimgprincipaleoriz1

ในตอนแรกมันดูเหมือนเป็นเกมอุ่นเครื่องธรรมดา แต่หลังจากเริ่มครึ่งหลังไปได้ไม่นานผู้ชมในสนามก็พากันเงียบเสียงไปชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยด้วยเสียงอื้ออึง และมองไปบนท้องฟ้า 

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือวัตถุลึกลับมากมายกำลังบินอยู่บนนั้น มันดูไม่เหมือนเครื่องบิน ยานอวกาศ หรือดาวเทียม แต่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต และเชื่อว่ามันคือ UFO 

“ผมจำทุกอย่างได้หมดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ มันเป็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนไข่ที่กำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง มันดูแววๆ กำลังมาจากท้องฟ้า เป็นสีเงินวับๆ” อาร์ดิโก แม็กนีนี ตำนานฟิออเรนตินา หนึ่งในนักเตะที่อยู่ในสนามในวันนั้นกล่าวกับ BBC 

“เราแปลกใจมาก เพราะเราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน และตกใจกันมาก” foto_0000001620141024121302

การปรากฎตัวของพวกมันสร้างความแตกตื่นให้ผู้ชมบนอัฒจันทร์ ในขณะที่นักเตะของทั้งสองทีมก็หยุดเล่น เพื่อดูวัตถุประหลาดนี้ จนทำให้กรรมการสั่งพักการแข่งขันชั่วคราว

จิจี โบนี แฟนบอลของฟิออเรนตินา เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น  เขายืนยันว่าเขายังจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปี แต่คำอธิบายของเขาต่างไปจาก แม็กนีนี เล็กน้อย

“ผมจำได้ชัดเจนว่าได้เห็นภาพที่เหลือเชื่อเช่นนี้” โบนีย้อนความทรงจำ 

“มันเคลื่อนที่เร็วมากและจากนั้นก็หยุด ทุกอย่างเกิดขึ้นในสองนาที ผมอาจจะพูดได้ว่ามันเหมือนกับซิการ์ของคิวบา มันทำให้ผมนึกถึงซิการ์คิวบาจากการเห็นมัน” 

“ผมคิดว่าพวกมันคือสิ่งที่มาจากนอกโลก นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อ และมันก็ไม่มีคำอธิบายอื่นสำหรับผมเลย” 

ในขณะที่ โรโมโล ทูซี กัปตันของ ปิสตอยเซ ก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เขาอธิบายว่าดูไกลๆ มันเหมือนกับวงแหวน ส่วน โรนัลโด โลมี เพื่อนร่วมทีม ยังบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดที่ดังมากในตอนนั้น 

“ในปีนั้นทุกคนพากันพูดถึงเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ทุกคนพูดถึงยูเอฟโอ และเราก็เคยมีประสบการณ์กับเรื่องนี้ เราเคยเห็นมัน เราเคยเห็นมันด้วยตาตัวเอง เห็นมันจริงๆ” ทูซีในวัย 70 ปีกล่าวกับ BBC 

บางคนอาจจะมองว่ามันอาจจะเป็นอุปาทานหมู่ แต่ในความเป็นจริงมีรายงานว่ามีคนในแคว้นทัสคานีจำนวนมากที่พบเห็นวัตถุลึกลับในลักษณะนี้ในวันนั้นตลอดทั้งวัน รวมไปถึงอีกหลายวันหลังจากนั้น รวมทั้งเห็นแสงสีขาวบนท้องฟ้าที่เมืองปราโต ทางตอนเหนือของ ฟลอเรนซ์ 

“ผู้เล่นและผู้คนต่างงุนงงกับวัตถุที่อยู่เหนือสนาม” โรแบร์โต ปินอตติ ประธานศูนย์ยูเอฟโอแห่งชาติของอิตาลีผู้มีงานเขียนเกี่ยวกับยูเอฟโออธิบายกับ BBC 

“ในตอนนั้นหนังสือพิมพ์พูดถึงมนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคาร แน่นอนว่าตอนนี้เราพูดได้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ก็คงสรุปได้ว่ามันเป็นปรากฎการณ์แห่งอัจฉริยภาพ ปรากฎการณ์ทางเทคโนโลยี และปรากฎการณ์ซึ่งไม่สามารถเชื่อมโยงกับอะไรก็ตามที่เรารู้จักบนโลกได้” 

อย่างไรก็ดี ยานบินลึกลับไม่ใช่เรื่องเดียวที่ชาวเมืองต้องเจอ 

 

เส้นผมนางฟ้า 

ปรากฎการณ์ยานบินลึกลับ อาจจะเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับแฟนบอลในสนามและชาวเมือง ทว่าในขณะเดียวกันพวกเขายังต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาด ที่เกิดขึ้นในระหว่างการปรากฏตัวของสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นผู้มาเยือนจากนอกโลก angel-hair-boldman_samples1

“มันยังมีเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่ง คือในช่วงที่พบเห็นยูเอฟโอเหนือเมืองฟลอเรนซ์ มันดันมีสารเหนียวตกลงมาจากท้องฟ้า ในภาษาอังกฤษเรียกมันว่า ‘เส้นผมนางฟ้า'” ปินอตติอธิบาย 

“ปัญหาเดียวก็คือหลังจากนั้นไม่นานมันก็สลายตัว ผมจำได้ตอนกลางวันแสกๆ ผมเห็นว่าบนหลังคาในเมืองฟลอเรนซ์เต็มไปด้วยสารสีขาวอยู่ราวชั่วโมง เหมือนกับหิมะ แล้วมันก็ระเหยไปหมด” 

“ไม่มีใครรู้ว่าสารแปลกๆ นี้เกี่ยวข้องกับยูเอฟโอหรือเปล่า” 

มีพยานจำนวนมากที่บอกว่าสิ่งนี้เหมือนกับใยแมงมุมและสำลี ไม่สามารถรวมเป็นก้อนได้ และจะสลายตัวเมื่อสัมผัส ซึ่งแน่นอนว่าต่างมีคนสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร เช่นเดียวกับ จอร์โจ บาตินี นักข่าวของหนังสือพิมพ์ La Nazione หนังสือพิมพ์ประจำเมืองฟิออเรนตินา 

เขาให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์อิตาลีที่ชื่อว่า Voyager เมื่อปี 2003 ว่าตอนนั้นเขาได้รับโทรศัพท์เป็นร้อยสาย จากการพบเห็นสิ่งนี้ และในขณะที่เขาขึ้นไปสังเกตุการณ์บนยอดตึกของที่ทำการหนังสือพิมพ์ เขายังพบเห็นสิ่งที่ดูเหมือนลูกบอลที่ส่องแสงสีขาวเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วเหนือยอดโบสถ์ 

บาตินี จึงตัดสินใจออกไปสำรวจโดยมุ่งไปที่ทิศทางที่วัตถุประหลาดเคลื่อนที่ไป ซึ่งทำให้เขาต้องเดินทางข้ามป่าออกไปนอกเมือง ก่อนจะพบกับสิ่งที่ผู้คนเรียกว่า “เส้นผมนางฟ้า” ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เขาพยายามหาคำตอบในเรื่องนี้ว่ามันคืออะไร จึงเก็บตัวอย่างโดยใช้ไม้ขีดไฟมวนมันให้เป็นก้อนกลม เพื่อจะทำให้ไป สถาบันวิเคราะห์ทางเคมีของมหาวิทยาลัยฟลอเรนซ์พิสูจน์ แต่เมื่อไปถึงก็มีคนมากมายที่ทำเช่นเดียวกับเขา 

ศูนย์วิจัยแห่งนี้ มีศาสตราจารย์จิโอวานนี คานเนรี เป็นผู้ดูแล เขานำวัสดุดังกล่าวไปวิเคราะห์ด้วยแถบแม่เหล็ก ก่อนจะสรุปได้ว่ามันประกอบด้วยธาตุโบรอน แคลเซียม และแม็กนีเซียม และไม่มีกัมมันตภาพรังสี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร 

มันจึงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทั้งเรื่องยานประหลาดที่หลายคนพบเห็น และสารเหนียวจากท้องฟ้าที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน รวมถึงคำถามสำคัญว่าสองสิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

 

ใยแมงมุมอพยพ 

“ปรากฎการณ์ยูเอฟโอมันไม่มีอะไรเลย แต่เป็นเพียงเรื่องเล่า เวทมนตร์และเรื่องงมงายสรุปเข้าไปในไอเดียนี้ที่ว่า มนุษย์ต่างดาวกำลังมาที่นี่เพื่อปกป้องเราหรือทำลายเรา” เจมส์ แมคกานา นักบินอวกาศกองทัพอากาศสหรัฐ ที่ใช้เวลากว่า 40,000 ชั่วโมงในหอดูดาวเพื่อสังเกตการณ์ท้องฟ้ากล่าวกับ BBC78483759_lanazionenewspapersharpx304

แม้จะมีผู้คนมากมายที่ยืนยันว่าพวกเขาได้พบกับวัตถุลึกลับที่เชื่อว่าเป็นยูเอฟโอ เหนือสนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี และน่านฟ้าเมืองฟลอเรนซ์ แต่หลายคนก็เชื่อว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิด 

เนื่องจากในวันดังกล่าว เป็นวันเดียวกับที่กองทัพอากาศอิตาลีได้มีการซ้อมรบ ซึ่งพวกเขาได้ใช้ Chaff หรือเป้าลวงซึ่งเป็นพลุไฟที่ปล่อยจากเครื่องบินที่เอาไว้หลอกเรดาร์ ที่ทำให้คนเข้าใจว่าสิ่งนี้คือจานบินจากนอกโลก 

ในขณะที่ส่วนนึ่งก็มองว่ามันอาจจะเป็นวัตถุจากนอกโลกจริง แต่เป็นอุกกาบาตขนาดเล็ก หรือสะเก็ดดาว ที่บังเอิญลอยเข้ามาในชั้นบรรยายกาศในช่วงนั้นพอดี 

“ตอนที่ผมได้ดูเคสนี้ อย่างแรกผมคิดว่ามันอาจจะเป็นดาวตก หรืออุกกาบาตที่สว่างมากๆ ที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศ พวกมันอาจจะรูปร่างคล้ายกับซิกาจากชิ้นส่วนที่แตกออก” แม็คกานาให้ความเห็น  

แล้วสารเหนียวที่ตกลงมาจากท้องฟ้าที่เรียกกันว่า “เส้นผมนางฟ้า” คืออะไร? คำอธิบายที่ดีที่สุดในเรื่องนี้น่าจะเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นจากปรากฎการณ์แมงมุมอพยพที่เรียกว่า Ballooning Spider 

มันปรากฎการณ์ที่แมงมุมจะปีนขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ซึ่งอาจจะเป็นยอดไม้หรืออะไรก็ตาม ก่อนจะยิงใยขึ้นสู่ท้องฟ้า และปล่อยให้ลมพัดใยของพวกมันให้สูงขึ้น ทำให้มันสามารถบินขึ้นไปในอากาศและลอยไปตามกระแสลม

“มันค่อนข้างชัดเจนว่าสิ่งนี้คงมาจากแมงมุมที่เพิ่งฟักออกจากไข่แล้วชักใย มันเป็นใยที่บางมากๆ” แม็คกานาอธิบายเพิ่ม

“แมงมุมใช้ใยนี้เป็นเหมือนใบเรือ และโยงตัวเองเข้าด้วยกัน คุณเห็นก้อนใยนี้บนท้องฟ้า แมงมุมจะอยู่ในนี้ เพื่อย้ายถิ่นฐานไปในที่ต่างๆ” 

“พวกมันแค่บินไปพร้อมกับสายลม และสิ่งนี้เคยถูกบันทึกว่าเคยพบเห็นอยู่บนความสูง 14,000 ฟุตจากพื้นดิน ดังนั้นเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงไปที่มัน มันจึงเหมือนกับภาพที่ถูกสร้างด้วยเทคนิคพิเศษ” 

“ก้อนใยแมงมุมพวกนี้ บางทีมันก็แตกออกและตกลงมาบนพื้น มันจึงเหมือนเวทย์มนต์ แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น” 

ทฤษฎีนี้ค่อนข้างได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง เนื่องจากในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เป็นช่วงที่แมงมุมบางชนิดกำลังย้ายถิ่นฐานจากซีกโลกเหนือลงใต้ และปรากฎการณ์นี้ก็ยังพบเห็นได้อยู่เป็นประจำแม้กระทั่งปัจจุบัน 

อย่างไรก็ดี มีคนจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ยอมรับในทฤษฎีนี้ หนึ่งในนั้นคือ ปิน็อตติ เนื่องจากเขามองว่า มันยังมีบางอย่างที่คำอธิบายเรื่องแมงมุมอพยพไม่สามารถตอบคำถามได้ 

“แน่นอน ผมรู้เกี่ยวกับสมมติฐานการย้ายถิ่นของแมงมุม มันเป็นไร้สาระมาก มันเป็นเรื่องเก่าและยังเป็นเรื่องงี่เง่าอีกด้วย” ปินอตติแย้ง 

เขามองว่าหากเส้นผมนางฟ้าคือใยแมงมุมจริง เหตุใดผลวิเคราะห์ทางเคมีของมันจึงออกมาไม่เหมือนส่วนประกอบที่อยู่ในใยแมงมุม ที่ต้องประกอบด้วยโปรตีน โซเดียม ไนโตรเจน แคลเซียม ไฮโดรเจน และอ็อกซิเจน

“ผมไม่เคยเชื่อรายงานเก่าใดๆ และเหตุการณ์แปลกใดๆ แบบนี้ นอกจากจะได้เห็นข้อมูลด้วยตาตัวเอง” ผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโอของอิตาลีอธิบายกับ BBC 

“ชัดเจนว่าแมกนีเซียมและแคลเซียม เป็นธาตุพื้นฐานที่อยู่ในร่างกายของเรา โบรอนและซิลิกอนน้อยกว่านั้น แต่ถ้าสิ่งนี้เป็นธาตุหลักที่อยู่ในใยสีขาว มันฟังไม่ขึ้นสำหรับผมที่จะคิดว่ามันมาจากแมงมุม” 

ผ่านมาแล้วเกือบ 60 ปี ตั้งแต่วันนั้น แน่นอนว่าหลักฐานที่จะตรวจสอบก็เริ่มจากหายไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังอยู่คือความทรงจำของเหล่าผู้ที่ได้พบเห็นมันด้วยตาตัวเอง ที่ต่างบอกว่าเป็นความทรงจำที่ไม่ลืมไปชั่วชีวิตSchermata-2018-10-29-alle-13.07.24

“ผมอยากรู้มากว่ามันคืออะไร และผมมีสุขมากที่ได้เห็นมัน” ทูซี กัปตันของปิสตอยเซกล่าวกับ BBC 

“จริงๆ แล้วผมเชื่อแบบนั้น (สิ่งที่มาจากจักรวาลอื่น) เราอยู่ที่สนามและเห็นมัน มันเป็นสิ่งที่สุดยอดจริงๆ ที่ได้เห็น” 

ปัจจุบันยังคงไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นคืออะไร แม้ว่าบางส่วนอาจจะล้อเล่นว่ามนุษย์ต่างดาวอาจจะอยากมาชมฝีเท้านักเตะฟิออเรนตินาถึงขอบสนาม เนื่องจากในช่วงทศวรรษที่ 1950 ม่วงมหากาฬ ถือเป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ทุกปี แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้
และทำให้มันยังเป็นปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายมาจนถึงทุกวันนี้

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *