พัค, เอฟร่า และ เตเวซ ทริโอ 3 เชื้อชาติกับมิตรภาพที่ช่วยให้ ยูไนเต็ด ไร้เทียมทาน

พัค, เอฟร่า และ เตเวซ ทริโอ 3 เชื้อชาติกับมิตรภาพที่ช่วยให้ ยูไนเต็ด ไร้เทียมทาน

“ไม่ว่าจะไปที่ไหนพวกนี้ตัวติดกันเหมือนกับฝาแฝด ไม่ว่าจะทำอะไรพวกเขาก็จะทำด้วยกัน แม้กระทั่งอาบน้ำห้องเดียวกันด้วย” ริโอ เฟอร์ดินานด์ เล่าโจ๊กที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนที่มีความสำคัญต่อองค์ประกอบทีมโดยรวมมากที่สุด

 

 

มันคือเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนแท้ที่มาจาก 3 ทวีป คนหนึ่งเป็นเกาหลีใต้ อีกคนเป็นฝรั่งเศส และส่วนประกอบสุดท้ายเป็นอาร์เจนไตน์ … พวกเขาต่างกันสุดขั้วแต่กับสนิทกับเหมือนกับเป็นพี่น้อง

มิตรภาพและการผสมผสานเคมีของ พัค จี ซอง, ปาทริซ เอฟร่า และ คาร์ลอส เตเวซ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ชนิดที่ว่า “เฟอร์กี้” ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้

ติดตามได้ที่นี่ 

 

1 กับ 2 และ 3 … 

มิตรภาพ 3 ทวีป ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิด ทีละนิด มันเป็นการเจอกันของ 3 นักเตะที่มีวัฒนธรรม และ นิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่ค่อยๆ ประกอบร่างขึ้นมาโดยการจั่วไพ่ใบแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเขาได้ พัค จี ซอง นักเตะตำแหน่งริมเส้นชาวเกาหลีใต้ จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005

พัค คือผลผลิตจากทีมชาติเกาหลีใต้ชุดคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2002 ที่ กุส ฮิดดิ้งค์ พาตัวเขามายังเนเธอร์แลนด์ด้วยหลังจากเสร็จภารกิจในแดนโสมขาว สิ่งที่ พัค ทำสมัยอยู่ในพีเอสวีนั้นไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาเป็นนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั่นคือเขาเป็นคนที่ทำงานหนักและมีความทะเยอทะยาน อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเขาที่ชวนให้ลำบากใจก็คือ แม้เขาจะเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม แต่เมื่ออยู่นอกสนามความสำคัญในห้องแต่งตัวของเขาน้อยมาก เขาไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท และไม่ค่อยได้คุยกับใครมากนัก 

“สมัยอยู่ ฮอลแลนด์ นานเป็นปีเลยที่เขาแทบจะไม่คุยกับเพื่อนๆ เว้นเสียแต่ว่ามันจะจำเป็นจริงๆ เท่านั้น” พัค ซอง จอง พ่อของ พัค จี ซอง ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศถึงช่วงเวลาที่ลูกชายต้องสู้กับความเหงาไปพร้อมกับการพยายามทำผลงานให้ดีในเวลาเดียวกัน…และนั่นคือสิ่งที่เขาเป็นก่อนจะได้มาอยู่กับ ยูไนเต็ด

จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 2 ตามมาหลังจาก พัค เป็นสมาชิกของ ยูไนเต็ด ได้ราวครึ่งปี ในเดือนมกราคม 2006 นั่นคือการปรากฎตัวของ ปาทริซ เอฟร่า แบ็คซ้ายเชื้อสายแอฟริกันชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจาก โมนาโก พร้อมดีกรีรองแชมป์ยุโรป ซึ่งการมาของเอฟร่านี่แหละทำให้เรื่องมิตรภาพระหว่าง 3 ทหารเสือเกิดขึ้นอย่างจริงจัง

เดิมที พัค มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่บ้าง จากการมีครูสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่สมัยอยู่ที่เนเธอร์แลนด์แล้ว เนื่องจากเขาตั้งเป้าว่าสักวันจะได้มาเล่นในอังกฤษ จนสุดท้ายฝันก็เป็นจริง อย่างไรก็ตามภาษาของพัคแม้จะแข็งในระดับหนึ่ง แต่ช่วงแรกๆ ก็ยังตามพวกนักเตะท้องถิ่นไม่ทัน และบังเอิญทีมชุดนี้ก็มีแกนหลักเป็นนักเตะในสหราชอาณาจักร เกินครึ่งทีม ดังนั้น พัค จึงเป็นพวกเก้ๆ กังๆ เข้าหาใครก่อนไม่ค่อยเป็น 

ส่วนเอฟร่าผู้มาทีหลังนั้นมีบุคลิกแตกต่างสุดๆ มั่นใจทุกการกระทำ ชอบเป็นจุดศูนย์กลางความฮาของทีม และนั่นทำให้ เอฟร่า ที่มาใหม่สามารถเข้ากับทุกๆ คนได้ โดยเฉพาะ พัค ที่เมื่อได้คุยกันแล้ว เอฟร่า บอกว่า “จี” (ชื่อที่เขาเรียก พาร์ค) คือคนที่ทำอะไรก็ฮา เพียงแต่ยังไม่ฉายแสงในกลุ่มนักเตะซีเนียร์ เพราะไม่กล้าพูดพอเท่านั้นเอง

“หมอนี่เป็นเด็กดีนะ เขาชอบทำให้คุณได้หัวเราะ หลายคนเข้าใจว่าเขาเป็นพวกเข้าสังคมยาก แต่ให้คุณได้รู้จักเขาก่อนเหอะ ผมเข้ามาและทำให้เขาหัวเราะและมีความสุขมากขึ้น หลังจากนั้นพวกเราก็หัวเราะในเรื่องเดียวกันได้แล้ว” เอฟร่า เล่าขณะที่เขาเดินทางไปเซอร์ไพรส์วันเกิดของ พัค ที่เมือง ซูวอน ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2008    

ทั้งสองคนเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ พัค กลายเป็นคนที่เข้ากับนักเตะในทีมคนอื่นๆ ได้ดีขึ้นเมื่อมีเอฟร่าเป็นเหมือนผู้นำพา จากนั้นสิ่งที่ตามมาคือการได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม พัค มากขึ้น บทบาทในการลงเล่นของเขาชัดเจน จากคนที่เคยถูกเรียกว่านักเตะที่ได้แค่วิ่งและทำหน้าที่สกปรก (ไล่แย่งบอล ไล่บีบพื้นที่) ให้นักเตะสตาร์คนอื่นๆ เจองานที่ง่ายขึ้น แต่เมื่อเขาเริ่มเข้ามามีบทบาทในห้องแต่งตัว พัค ก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่วิ่งอีกต่อไป 

แม้ว่าฤดูกาล 2006-07 จะเป็นปีที่เขาต้องสู้กับอาการบาดเจ็บจนได้ลงสนามในเกมลีกแค่ 14 เกมเท่านั้นแต่ก็ยิงได้ถึง 5 ลูก ถ้าไม่นับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เวย์น รูนี่ย์ เขายิงเป็นรองแค่ หลุยส์ ซาฮา กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เป็นกองหน้าเท่านั้นเอง สถิติดังกล่าวสะท้อนความมั่นใจของเขา พัค กล้าเล่นในจังหวะสุดท้าย ที่สำคัญเพื่อนร่วมทีมก็ไว้ใจเขามากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าการมาของ เอฟร่า มีผลกระทบสำคัญสำหรับปีกชาวเกาหลีใต้รายนี้เป็นอย่างมาก 

ฤดูกาลนั้น 2006-07 ยูไนเต็ด เข้าสู่ยุคใหม่เต็มตัวและจบซีซั่นด้วยการเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังคว้าแชมป์ ลีกคัพ ได้ในฤดูกาลก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นในการทวงความยิ่งใหญ่เท่านั้น เพราะหลังจบฤดูกาล เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปคว้าตัวนักเตะในแนวรุกอย่าง คาร์ลอส เตเวซ ดาวยิงเลือดอาร์เจนไตน์มาจาก เวสต์แฮม เรื่องฝีเท้านั้นไม่มีใครสงสัย แต่ปัญหาคือไม่เคยมีนักเตะอเมริกาใต้คนไหนที่ไปได้สวยกับ ยูไนเต็ด เลย

นักเตะระดับเทพอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน เคยมาที่นี่และล้มเหลวไม่เป็นท่า แม้นักเตะในชุดนั้นอย่าง รอย คีน และ นิคกี้ บัตต์ ยังบอกว่าไม่เคยเห็นนักเตะคนไหนมีจินตนาการในการเล่นมากมายขนาดนี้ ทว่าปัญหาที่ทำให้เขาล้มเหลวคือ เวรอน ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ เคมีของเขาผสมผสานกับคนอื่นๆ ไม่ลงตัว ซึ่งหลายคนก็มองว่า เตเวซ กำลังจะเจอบททดสอบในแบบเดียวกัน เก่งมาจากไหนไม่รู้ แต่เมื่ออยู่ที่นี่คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีมให้ได้ไม่อย่างนั้นปัญหาจะเกิดขึ้นแน่นอน … ซึ่งจะว่ากันตามตรงโอกาสล้มเหลวของ เตเวซ นั้นสมควรจะมากกว่า เวรอน ด้วยซ้ำไป เพราะ ณ เวลานั้นเขาเพิ่งเล่นในยุโรปได้แค่ปีเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นทีมหนีตกชั้นอย่าง เวสต์แฮม อีกด้วย

สุดท้ายทุกคนรู้ดีว่า เตเวซ กลายเป็นนักเตะอเมริกาใต้คนแรกในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะด้วยสไตล์การเล่น ทัศนคติ และ จำนวนประตู สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะ เตเวซ มี 1 สิ่งที่เวรอน ไม่มี นั่นก็คือ “เพื่อนซี้” … เตเวซ เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นที่ 3 และเป็นส่วนหนึ่งในมิตรภาพ 3 ทวีป ที่แฟนๆ ยูไนเต็ด เรียกกันว่า “3 ทหารเสือ” (The Three Musketeer) นั่นเอง mmowTro

 

3 ทหารเสือที่ทำให้ทีมไร้อีโก้ 

หนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ เตเวซ เข้ามาในทีแรก คือเขาไม่รู้ภาษาอังกฤษ ภาษาของเขาแย่ยิ่งกว่า พัค ตอนย้ายมาเสียอีก ซึ่งการที่ต้องเล่นในตำแหน่งเกมรุกด้วยกัน อีกทั้งยังเคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ กันทำให้ พัค พยายามจะเป็นที่ปรึกษาให้ เตเวซ เขาอยากจะช่วยเหลือในหลายเรื่องๆ ติดอยู่อย่างเดียวที่ว่าไม่รู้จะคุยกันยัง

“ผมไม่รู้จะเริ่มคุยกับเขา (เตเวซ) อย่างไร เพราะเขายังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วผมก็ดันพูดภาษาสเปนไม่เป็นอีกต่างหาก” พัค บอกเล่ากับ เดลี่ เมล์ 

ซึ่งปัญหานี้หมดไปอย่างง่ายดายเมื่อ “ฟันนี่แมน” อย่าง เอฟร่า เข้ามาเป็นคนกลาง จริงๆ เขาแค่อยากจะช่วย พัค ให้สื่อสารกับ เตเวซ ได้เท่านั้น เอฟร่า มีหน้าที่แปลภาษาอังกฤษเป็นสเปน แรกเริ่มเดิมทีนั้นหน้าที่มีแค่ล่าม แต่ทุกคนรู้ว่า เอฟร่า ที่พูดได้ถึง 5 ภาษา (ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส) เป็นพวกหยุดปากไม่เป็น เขาจ้อไปเรื่อยและพยายามสื่อสารให้ 2 คนนี้ให้ออกไปเชิงตลกโปกฮา และมันช่วยทำให้ทั้ง 3 คนเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี คนหนึ่งไม่ค่อยพูด, คนหนึ่งชอบช่วยเหลือคนอื่น และอีกคนทำหน้าที่เชื่อมทั้ง 2 คนเข้าหากัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมิตรภาพต่างภาษาและต่างวัฒนธรรมของสามทหารเสือจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย

หลังจากการสนิทสนมกัน บ้านของ พัค ก็กลายเป็นศูนย์รวมคนไกลบ้านแห่ง ยูไนเต็ด ทันที เนื่องจาก พัค นั้นพาครอบครัวมาอยู่ด้วย ดังนั้นบ้านของเขาจึงมีบรรยากาศที่มีความอบอุ่นมากกว่าบ้านของ เตเวซ และ เอฟร่า ที่เป็นชายโสด ทั้งสองคนมักจะมาหาอะไรกินหลังซ้อมเสร็จ และรวมตัวกันก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม ซึ่งความสนิทสนมของทั้งสามคนโดยเฉพาะ เอฟร่า กับ พัค นั้นพัฒนาไปไกลมากจนระดับที่ว่า เอฟร่า เรียก พัค ซอง จอง พ่อของ พัค ว่า “ป๋า” เลยทีเดียว

“เวลามีเกมที่ต้องออกไปแข่งต่างประเทศ บ้านของผมเป็นเหมือนจุดรวมตัวโดยมิได้นัดหมาย ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะรถของนักเตะพวกนี้แพงๆ กันทั้งนั้น พวกเขาคงไม่กล้าเอาไปจอดที่สนามบิน เลยมาที่บ้านผมเพราะมันไม่ไกลมากนัก แพ็ท (เอฟร่า) และ คาร์ลิโต้ (เตเวซ) มักจะมาที่นี่ บางครั้งก็มีพวก ฟาน เดอ ซาร์ กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ มาด้วย”

“แพ็ท กับ จี อายุเท่ากัน แต่ แพ็ท นั้นเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่ายกว่า ส่วนใหญ่แล้ว จี จะมีเพื่อนเป็นนักเตะต่างชาติ เพราะนักเตะพวกนี้ช่วยเหลือและรักใคร่กันเสมอ ส่วนกลุ่มนักเตะจากสหราชอาณาจักรก็จะเกาะกันเป็นกลุ่มใหญ่ เวลาจะเที่ยวก็มักจะไปกันยกแก๊ง” พ่อของ พัค จี ซอง กล่าว 

ขณะที่มีความจริงบางข้อที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน แม้โดยรวมแล้วดูเหมือน เอฟร่า เป็นคนลากทุกคนมารวมกันเป็นหนึ่งได้ แต่จริงๆ แล้วหากไม่มี พัค เอฟร่า อาจจะไม่ได้อยู่กับ ยูไนเต็ด นานขนาดนี้ก็ได้

“ป๋าพัค” เล่าต่อว่า ช่วงที่ เอฟร่า ย้ายมาใหม่ๆ แฟนบอลไม่ชอบเขาเพราะเขาเป็นแบ็คที่เติมเกมแล้วลงมาเล่นเกมรับไม่ทันเสมอ นั่นทำให้ปีแรกเขาได้เล่นน้อยมากเพราะโดนนักเตะอย่าง กาเบรียล ไฮน์เซ่ และ มิคาเอล ซิลแวสตร์ ขวางหน้า แต่สุดท้าย พัค เป็นคนที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ เอฟร่า ประจำ เพราะเขาเองก็เคยโดนมาก่อนสมัยเล่นใน พีเอสวี ปีแรกๆ ว่ากันว่าเมื่อไหร่ที่เขาเล่นไม่ดี พัค มักจะถูกด่าทอและบางครั้งก็ขว้างขวดน้ำใส่ 

ส่วน เตเวซ นั้นเข้ามามีบทบาทในทีม 3 ทหารเสือ ด้วยการมีหน้าที่เป็น “คนช่วยอำ” เมื่อ เอฟร่า หยอกล้อ พัค เตเวซ ก็จะคอยหัวเราะเสมอ พวกเขาจับกลุ่มกันเหนียวแน่น มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เรียกว่าสนิทกันถึงขั้นครอบครัวแต่ละคนเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะวันเกิดครบรอบอายุ 28 ปีของ พัค ที่จัดขึ้นเงียบๆ ในเมือง ซูวอน ประเทศเกาหลีใต้ ทั้ง เอฟร่า และ เตเวซ ยังเดินทางมาเซอร์ไพรส์ถึงที่ด้วยตัวเองเลยทีเดียว Carlos+Tevez+Ji+Sung+Park+Fulham+v+Manchester+4sIFIiSornml

“แก๊งนี้ไปไหนไปกันอย่างกับแฝด 3 พวกเขาทำอะไรด้วยกันตลอดเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ… อันนี้ผมมุกนะ” ริโอ เฟอร์ดินานด์ นักเตะซีเนียร์ของทีมว่าถึงความแนบแน่นของแก๊ง 3 ทหารเสือให้เห็นภาพโดยง่าย 

ความสัมพันธ์ระดับเพื่อนซี้ของทั้ง 3 คนมีผลดีต่อทีมโดยตรง เพราะแรกเริ่มในช่วงปี 2007-08 ทีมนั้นมักจะมีสองแก๊ง นั่นคือกลุ่มของนักเตะยูเค กับอีกหนึ่งกลุ่มคือนักเตะที่พูดภาษาโปรตุกีส ที่นำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และสมาชิกอย่าง นานี่, อันแดร์สัน ไปจนถึงมือขวาของ เฟอร์กี้ อย่าง คาร์ลอส เคยรอซ ด้วย 

อย่างไรก็ตามแก๊งของ 3 ทหารเสือนั้นเป็นกลุ่มที่สามารถเข้ากันได้กับทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเอฟร่านั้นปากสว่างมากพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และนำมาซึ่งทีมสปิริตที่ยอดเยี่ยม และผลตอบแทนก็คือในปีนั้น ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบมาก แม้จะมี โรนัลโด้ เป็นพระเอก แต่คนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ นักเตะอย่าง เวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นตัวแทนของฝั่งยูเคใจกว้างเสมอถ้า โรนัลโด้ อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ขณะที่ เตเวซ นั้นก็มีความเป็นมืออาชีพพอที่จะถอยมารับบทพระรอง เป็นตัววิ่งไล่ในแดนหน้าเพื่อเปิดช่องให้ โรนัลโด้ กลายเป็นดาวซัลโวในปีนั้นอีกด้วย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1998-99 ทุกคนรู้ดีว่าทีมชุดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะที่มีสภาพจิตใจของผู้ชนะ พวกเขาทุกคนสามารถสวมปลอกแขนกัปตันทีมได้ เพราะคาแร็คเตอร์ที่ไม่ยอมแพ้เหมือนกันทั้งทีม ซึ่งถ้าหากใครติดตามดูทีม ณ เวลาดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ปีศาจแดง มักมีประตูท้ายเกมอยู่เสมอ จากจะแพ้เป็นเสมอ จากจะเสมอกลายเป็นคว้าสามแต้ม และบางครั้งยิงพลิกแซงแบบม้วนเดียวจบ 3-4 ลูกเลยก็ยังมี 200805230017_01

ยุคทองของ ยูไนเต็ด ดำเนินไปเรื่อยๆ ฤดูกาล 2008-09 พวกเขายังคงไร้เทียมทานในอังกฤษ ด้วยการคว้าแชมป์ไปครองแบบไม่ต้องออกแรงเหนื่อยเท่าไหร่ และเข้าไปถึงรอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกกับ บาร์เซโลน่า ติดที่ว่าพลาดท่าในเกมนั้น … อันที่จริง ทุกอย่างควรจะดำเนินต่อไปและได้รับการต่อยอดให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อมาแก้แค้น แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ เตเวซ เกิดเรื่องทะเลาะกับ เฟอร์กี้ รุนแรงจนต้องย้ายทีมออกไปแบบจบไม่สวยนัก ซึ่งการแยกทางครั้งนี้ เป็นการพิสูจน์ใจของกลุ่มเพื่อนรัก 3 เชื้อชาติอย่างแท้จริง 

 

ผมทำไม่ได้ 

ปัญหาของการออกจากทีม ยูไนเต็ด ชุดรุ่งเรืองของ เตเวซ ในมุมมองที่เขาเคยเล่า เกิดขึ้นจากการไม่ได้รับข้อเสนอฉบับใหม่หลังจากเขาหมดสัญญายืมตัวกับทีมครบ 2 ปี ซึ่งเดิมทีเขายืนยันว่าได้สัญญาปากเปล่ากับ เฟอร์กี้ ไว้แล้ว แต่เมื่อฤดูกาลจบลงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนสุดท้ายเขาต้องย้ายไปเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “เพื่อนบ้านน่ารำคาญ” ตามนิยามของยอดกุนซือชาวสก็อตต์6998585

เรื่องดังกล่าวจะไม่เดือดร้อนใหญ่โตอะไรเลยหาก เตเวซ ไม่ทำพฤติกรรมที่แฟน ยูไนเต็ด ไม่เคยลืม นั่นคือวันที่เขาชูป้ายกระดาษที่ข้อความว่า “สู่สุขตินะเฟอร์กี้” (RIP Fergie) พร้อมกับป้ายหลุมศพ เมื่อนั้นความสัมพันธ์ดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่าง เตเวซ และ ปีศาจแดง ตัดขาดแบบไม่ใยดี 

ทุกครั้งที่ ซิตี้ เจอกับ ยูไนเต็ด และมีเตเวซลงสนาม เขาเหมือนตัวจุดชนวนความเกลียดชัง และเสียงด่าทอ แฟนบอลเล็งเขาเป็นเป้าในการโห่ ไม่เหลือความทรงจำดีๆ เลยแม้แต่น้อย

เรื่องดังกล่าวสงผลต่อมิตรภาพของกลุ่ม 3 ทหารเสือโดยตรง โดยเฉพาะ เอฟร่า ที่ยอมรับว่าแม้ตนเองไม่ใช่ชาวแมนคูเนี่ยน แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้เขารักสโมสรเหมือนเป็นบ้าน และเขาไม่ชอบที่เพื่อนรักของเขาทำเช่นนี้ … แต่สุดท้ายเขาก็เคารพในการตัดสินใจนั้น

“ผมไม่พอใจมากที่เขาไปเล่นให้ ซิตี้ ผมรำคาญใจเพราะเขาเป็นนักเตะที่ดี ผมเข้าใจแหละว่าในโลกของฟุตบอล เหรียญมันมี 2 ด้านและค่อนข้างซับซ้อน แต่ผมไม่ชอบป้ายของเขาเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ”

“ผมบอกเขานะ ‘เฮ้ย คาร์ลิโต้ แกกำลังทำอะไรอยู่วะ เสื้อตัวนั้น (ซิตี้) ไม่เหมาะกับแกเลยสักนิด ฉันเคยไปบ้านแก แกก็รู้ แล้วฉันก็จำได้ด้วยว่าแกยังแขวนรูปตัวเองสมัยเป็นนักเตะของ ยูไนเต็ด ไว้แถวโต๊ะพูลอยู่เลย เลือดแกมันเป็นสีแดงโว้ย อย่าได้โกหกตัวเองเชียว'” 

แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ความเป็นเพื่อนมันไม่เกี่ยวกับงานที่พวกเขาทำ นักเตะกลุ่ม 3 ทหารเสือยังไปมาหาสู่กันเป็นประจำเพราะพวกเขายังอยู่ในเมือง แมนเชสเตอร์ ด้วยกันเหมือนเดิม ไม่มีใครย้ายบ้าน เพียงแต่ว่ามิตรภาพครั้งนี้ไม่ถูกใจแฟนๆ ของ ยูไนเต็ด ที่เกลียดใครแล้วเกลียดเข้าเส้น เขาไม่อยากให้ งูพิษ อย่าง เตเวซ มายุ่งเกี่ยวกับนักเตะในทีม เรื่องนี้ เฟอร์กี้ เองก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน …

“ผมพูดติดตลกกับเขาว่า ‘เฮ้ย เรายุติความเป็นเพื่อนสนิทกันดีไหม อย่าพยายามทำดีกับฉัน เพราะนั่นจะดีต่อพวกเราทั้งหมดแกเข้าใจมั้ย? เพราะคุณเฟอร์กูสันดูจะไม่ชอบให้เป็นแบบนี้แน่ โดยเฉพาะถ้าเขาเห็นพวกเรามานั่งอยู่ในร้านอาหารเดียวกันแบบนี้’ … ผมเชื่อว่าเฟอร์กี้ไม่ต้องการให้นักเตะอย่างเราๆ เป็นเพื่อนกันนะ”  

สุดท้ายแล้วจะเป็นการห้ามจริงๆ หรือห้ามเล่นๆ ก็ไม่ทราบได้ เพราะทั้ง 3 คนยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนทุกวันนี้ แม้จะต้องแยกห่างกันไปคนละทิศคนละทางในอีกหลายปีต่อมา แต่พวกเขาก็ยังมีกลุ่มแชทที่ใช้ติดต่อกันอยู่ประจำevra-tevez_3_g_1567490i

“ผมไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่นักฟุตบอล อีกมุมหนึ่งผมก็เป็นลูกผู้ชายที่ซื่อสัตย์กับมิตรภาพ และผมจะไม่โกหกตัวเองว่า คาร์ลิโต้ เป็นเพื่อนของผม” เอฟร่า แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพของพวกเขาเป็นของจริง แม้กระทั่งคำสั่งของ เฟอร์กี้ ก็ไม่อาจขวางกั้นได้ 

จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนที่สุด บางครั้งก็ไม่ได้มาจากผู้คนที่มีลักษณะนิสัยและวัฒนธรรมเหมือนกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พัค, เอฟร่า และ เตเวซ ต่างก็เจอกับช่วงเวลาที่ลำบากในช่วงการตั้งตัว หากแยกกันพวกเขาจะดูอ่อนแอ และไม่แน่อาจจะไม่มีใครประสบความสำเร็จกับ ยูไนเต็ด เลยก็เป็นได้

ทว่าการเปิดใจให้กัน ดูแลกันเหมือนพี่น้องทำให้ทุกอย่างกลับออกมาเป็นคำตอบในทางที่ดี การผสมผสานของกลุ่ม 3 ทหารเสือช่วยนำมาซึ่งเคมีโดยรวมของทีมที่ลงตัวที่สุด และนั่นทำให้ ปีศาจแดง ชุดนี้เป็นหนึ่งเดียวกันจนยากที่พลาดพลั้งให้กับใครได้ง่ายๆ …

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *