‘บ้าน’ : สถานที่สร้าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้เป็นปีศาจแห่งความสุข

‘บ้าน’ : สถานที่สร้าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้เป็นปีศาจแห่งความสุข

บ้านควรจะเป็นที่ที่คนหนึ่งๆ สามารถปลดเปลื้องความเหนื่อยล้า และน่าเบื่อจากการทำงานได้อย่างเต็มที่ … อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน เราเชื่อว่าหลายคนคิดเอาไว้แบบนั้น 

 

แต่สำหรับการจะเป็นยอดคนนั้นมันมีอะไรที่ซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะการจะแลกมาซึ่งสิ่งนั้น “บ้าน” จะต้องกลายเป็นสิ่งที่สร้างความทรมาน เพิ่มความเหนื่อยล้า เกินกว่าหลายคนจะคิดเอาไว้ 

นี่คือเรื่องในบ้านของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักเตะที่ดีที่สุดในโลกที่เลือกจะลงทุนกับความทรมานแม้อยู่ในสถานที่ที่ควรได้ปลดปล่อย … เพื่อแลกกับบางสิ่งที่กำลังจะมาถึงในเร็ววัน

ติดตามเรื่องราวได้ที่นี่ 

 

ทัศนคติของเด็กอายุ 11 ขวบที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ 

นักฟุตบอลอาชีพคืออาชีพที่ได้เงินตอบแทนสูงในแบบที่มนุษย์เงินเดือนได้แต่ฝัน จนทำให้บางครั้งเมื่อเรามองไปยังนักเตะอาชีพคนไหนสักคนเราจึงได้แต่แอบพาลในใจว่า “เล่นก็ไม่เก่ง ทำไมเงินเดือนพวกนี้ถึงได้เยอะนัก” B7LZjJmCMAAEHl2

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้เห็นเบื้องหลังหรือสิ่งที่พวกเขาทำ เพราะนักฟุตบอลจะปรากฎตัวและทำงานของเขาให้พวกเราดูก็ต่อเมื่ออยู่ในการแข่งขันเท่านั้น บางเกมพวกเขาเล่นไม่ได้เรื่อง บางเกมฟอร์มแย่ และสร้างข้อผิดพลาดมากมายจนทำให้แฟนบอลอดสงสัยในความสามารถของเขาไม่ได้

และถึงแม้มันจะดูไม่ยุติธรรมนักที่จะตัดสินใครบางคนในเวลาแค่ 90 นาที แต่นี่คือหนึ่งในหน้าที่ของนักเตะอาชีพ พวกเขาต้องรับผิดชอบกับผลงานที่เกิด และพร้อมรับคำวิจารณ์ โดยที่ไม่สามารถตอบโต้ด้วยคำพูดได้ … และต่อให้พวกเขาคิดจะเถียงมันก็ไม่เกิดผลดีอะไรเลย เพราะการเอาชนะแฟนบอลด้วยฝีปาก ไม่สามารถช่วยให้อะไรดีขึ้นได้ 

มาถึงจุดนี้สิ่งที่ยากที่สุด และสามารถตอบกลับคำวิจารณ์เหล่านี้ได้ดีที่สุดคือ “พัฒนาการ” นักเตะอาชีพต้องแสดงสิ่งนี้ให้แฟนๆ ได้เห็น และเมื่อวันหนึ่งพวกเขาพยายามมากพอ เสียงวิจารณ์เหล่านั้นก็จะหายไปเอง … หากจะบอกว่านักเตะคนไหนคือคนที่ทำให้เห็นภาพของความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุด แน่นอนว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งในนั้น 

ทุกวันนี้ โรนัลโด้ คือตัวแทนของนักเตะที่มุมานะ และกระหายความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ แต่หากย้อนกลับไป ทุกคนรู้ดีว่าเขาเคยเป็นที่ไม่พอใจของแฟนๆ มาก่อน เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันเริ่มตั้งแต่ที่เขายังเป็นเด็กชายวัย 11 ปีชาวโปรตุเกส และลงเล่นในเกมขำๆ สำหรับเด็กท้องถิ่นอยู่เลยด้วยซ้ำ 

“ย้อนกลับไปตอนอายุ 11 ปี ผมจำได้แม่นยำ ผมได้ยินเด็กสองคนคุยกันและบอกว่า ทักษะของผมยอดเยี่ยมในระดับปีศาจ ตอนนั้นผมฟังมันและปลื้มมาก” โรนัลโด้ เล่าให้ The Players’ Tribune  

ทุกคนรู้ว่าเขาเก่งมากหากมองในแง่ทักษะต่างๆ ไม่มีเด็กรุ่นเดียวกันคนไหนจับเขาได้ และความจริงเขาน่าจะพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ จนกระทั่งเขาได้ยินว่าตัวเองเป็นคนที่มีจุดอ่อน และถูกทำนายว่าจะเป็นได้แค่ “เด็กเก่ง” แต่เมื่อโตขึ้นจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่ ในเกมที่ไม่จำกัดอายุเขาจะเอาตัวไม่รอด เพราะตัวของเขานั้นเล็กเกินไป 

“มีแต่คนบอกแบบเด็กสองคนนั้นตลอดเวลา แม้แต่โค้ชในทีมก็พูดแบบนั้นกับผม แต่ครั้งหนึ่งผมได้ยินพวกเขาพูดในสิ่งที่ต่างออกไป และจากนั้นก็ได้ยินมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นคำพูดที่บอกว่า ‘ใช่เขาเก่งจริงๆนั่นแหละ แต่โชคร้ายที่เขาตัวเล็กเกินกว่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้'” และประโยคปรามาสแบบนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งทีเด็กคนอื่นๆ ไม่ทำ 

ในขณะที่ในช่วงวัยนั้นฟุตบอลควรจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสุขและความสนุก แต่โรนัลโด้ส่ายหัวกับความคิดนั้น คำปรามาสยังฝังใจและเขาก็ใจกว้างพอที่จะสำรวจตัวเองว่าอันที่จริง เขาก็ตัวเล็กอย่างที่มีคนบอก และทางแก้เดียวคือเขาต้องทำให้ตัวเองมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น 

“ทุกอย่างที่คนอื่นพูดคือเรื่องจริง ผมตัวผอม ไม่มีกล้ามเนื้อเลย ตั้งแต่วันนั้นผมตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองใหม่ ในวัย 11 ปี ผมรู้ดีว่าผมเป็นเด็กที่เก่งมาก แต่ผมอยากจะพยายามให้หนักมากกว่าคนอื่นๆ ผมเลยหยุดเล่นสนุกเหมือนเด็ก หยุดทำตัวเหมือนเด็ก และตั้งใจว่าจะทุ่มเทฝึกทุกด้านจนผมกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก” โรนัลโด้ กล่าว

นั่นคือทัศนคติของเด็กอายุ 11 ขวบ ที่พร้อมจะทำทุกอย่าง และที่ยอดเยี่ยมคือเด็กคนนี้ไม่ได้พูดเล่นๆ ความกระหายของเขาคือของจริง ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาคิดอยู่เสมอว่าจะต้องกลายเป็นที่ยอมรับของทุกคนให้ได้ 

โรนัลโด้ เริ่มฝึกจริงจัง เล่นจริงจัง ใส่เต็ม 100% ทุกครั้ง จนถึงขนาดที่ว่าตอนที่เขาลงเล่นในเกมระดับอายุไม่เกิน 17 ปี โดโลเรส คุณแม่ของเขาไม่กล้ามาดู โรนัลโด้ ลงแข่งในสนาม เพราะเธอกลัวว่าลูกชายจะเจ็บหรือตายไปจริงๆ แม่ของ โรนัลโด้ เครียดมากจนต้องกินยาระงับประสาทเลยทีเดียว

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันมาจากไหน แต่มันดังในหัวใจของผมอยู่ตลอด มันเหมือนกับความหิวกระหายที่กินเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เมื่อผมลงเล่นและแพ้ผมจะกระหายขึ้นอีก และเมื่อชนะผมก็อยากจะชนะให้มากกว่าเดิม นั่นคือสิ่งที่เดียวที่ผมอธิบายถึงตัวเองได้” 

 

บ้านแห่งความทรมาน 

“ผมเริ่มแอบออกจากหอพักตอนกลางคืน เพื่อไปออกกำลังกายเพิ่มให้ตัวของผมใหญ่ขึ้น” ไม่มีความลับใดที่ทำให้เขายอดเยี่ยมได้อย่างทุกวันนี้ นอกจากทัศนคติของเขาเอง 40092697_10156687850757164_1740727146734682112_n

ช่วงที่เป็นนักเตะเยาวชนของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โรนัลโด้ ทำแบบที่เขาบอกเป็นประจำ แม้มันจะดีต่อตัวเขา แต่มันก็ยังไม่สุด เหตุผลเพราะว่าห้องฟิตเนสของสโมสรมี เปิด-ปิด เป็นเวลา วันไหนที่เขาออกจากหอพักช้าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้โรงยิมไปโดยปริยาย ดังนั้นเมื่อถึงวันหนึ่งที่เขามีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านที่หลังใหญ่มากพอจะใส่อุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ เข้าไป เขาจึงเนรมิตอย่างเต็มที่ราวกับเป็นการระบายความเก็บกดในวัยเด็ก ที่หาเวลาออกกำลังกายแบบตามใจได้น้อยกว่าความต้องการของตัวเอง 

เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ โรนัลโด้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็กลายเป็นนักเตะที่มีรายรับเพิ่มขึ้น และเรื่องมันคล้ายๆ กับตอนที่เขาอายุ 11 ขวบ เพราะการเริ่มต้นกับฟุตบอลอังกฤษนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ร่างกายที่เขาคิดว่า “แข็งแกร่ง” สำหรับเล่นในโปรตุเกส กลับยังไม่พอเมื่อมาเล่นในอังกฤษ เรื่องนี้ทางสโมสรก็รู้ดีและจับ โรนัลโด้ เข้ายิมมากขึ้น แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ โรนัลโด้ เชื่อว่า “ยังได้อีก” เมื่อซ้อมกับทีมเสร็จและแยกย้ายกลับบ้าน เขาเลือกที่จะฝึกเองเพิ่มเติมที่บ้าน บ้านหลังที่เขาใส่อุปกรณ์ฟิตเนสครบเซ็ต นอกจากนี้ยังมีทั้งสระว่ายน้ำ, อ่างจากุชชี่ที่ปรับอุณหภูมิน้ำได้ตามต้องการ และห้องซาวน่าสำหรับผ่อนคลาย ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่มีไว้เพื่อโก้ๆ ให้ดูเป็นบ้านสตาร์นักเตะ แต่มันคือสิ่งของที่เขาใช้ทำกิจกรรมเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองทั้งนั้น

บ้านหลังนี้เป็นเหมือนกับบ้านของปีศาจ ซึ่งแม้แต่เพื่อนร่วมทีมอย่าง ปาทริซ เอฟร่า ยังเคยเล่าถึงการไปเยือนบ้านของ โรนัลโด้ ว่าคือฝันร้ายอย่างแท้จริง เพราะ โรนัลโด้ จ้องจะฝึกเพิ่มเติมตลอดเวลา ซึ่งแม้จะมีนักเตะหลายคนที่ทำแบบนั้น แต่ เอฟร่า ยืนยันว่ากิจกรรมยามอยู่กับบ้านของ โรนัลโด้ เหมือนไม่ใช่คน แต่เหมือนกับเครื่องจักรที่ไม่เคยหยุดฝึกซ้อมเลย 

“ผมฝากเตือนถึงทุกคนเลยนะถ้า โรนัลโด้ ชวนคุณไปบ้านเขาให้ตอบว่าอย่าไป … เพราะเขามันคือเครื่องจักรดีๆ นี่เอง ไม่มีสักครั้งที่เขาคิดจะหยุดฝึกซ้อมเลย” เอฟร่า กล่าว 

สิ่งที่ เอฟร่า พูดนั้นอาจจะดูเว่อร์วัง เพราะคนอะไรจะฝึกได้ตลอดเวลาไม่ยอมหลับยอมนอนแบบที่เขาว่า แต่ โรนัลโด้ ทำแบบนั้นจริง เขาฝึกร่างกายเสร็จแล้ว เมื่อขึ้นเตียงนอนเขาก็ยังฝึกการพักผ่อนด้วย …

โรนัลโด้ ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเป็นอย่างมาก และสิ่งที่ให้พลังงานและทำให้กระปรี้กระเปร่าได้ที่สุดก็คือการนอนนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นการนอนของ โรนัลโด้ ก็ยังแปลกประหลาดกว่านักเตะคนอื่น 

นิค ลิตเติลฮาส “ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน” (ฟังดูแปลกแต่มีอาชีพนี้จริงๆ) คือคนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จ้างให้มาดูแลเรื่องการนอนของนักเตะในทีม ปีศาจแดง เพราะเชื่อว่าการนอนที่มีประสิทธิภาพจะนำมาซึ่งร่างกายที่แข็งแกร่ง

ลิตเติลฮาส เล่าว่า โรนัลโด้ สามารถปฎิบัติตามโปรแกรมการนอนที่ได้สุขลักษณะที่แท้จริงได้ ว่ากันว่า โรนัลโด้ นั้นใช้การ “งีบหลับ” ประมาณ 5 ครั้งต่อ 1 วัน โดยการงีบ 1 ครั้งจะใช้เวลาครบรอบ Sleep Cycle อยู่ที่ 90 นาทีเป็นอย่างน้อย ซึ่งถ้าหากทำได้ครอบตาม Sleep Cycle ร่างกายจะสามารถ “ฟื้นคืน” ได้ดีกว่าการนอนหลับยาวๆ 8 ชั่วโมงรวดด้วยซ้ำ  22780612_10155903285117164_4547435837174857302_n

เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ทำกันง่ายๆ การจะนอนให้ได้ประสิทธิภาพเช่นนี้ จำเป็นจะต้องมีรายละเอียดเล็กๆน้อยเคร่งครัดมาก อาทิ การทำที่นอนให้นุ่มพอดีกับน้ำหนักตัว ใช้ผ้าปูที่สะอาดและเปลี่ยนใหม่ตลอด ที่นอนต้องได้ระดับความสูงมากกว่า 10 เซนติเมตรขึ้นไป และที่สำคัญที่สุดและยากที่สุดในยุคนี้คือ “การตัดขาด” จากโทรศัพท์มือถือ และ โทรทัศน์ ออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น แต่จะต้องตัดขาดการสื่อสารเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อทำให้สมองโล่งและพร้อมที่จะพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบมากที่สุด

ฝึกก็เต็มที่ นอนก็เต็มที่ แน่นอนว่าเรื่องกินก็ต้องเต็มที่เช่นกัน ส่วนนี้เราคงไม่ต้องอธิบายกันเยอะ เอาเป็นว่าโรนัลโด้กินทุกอย่างที่มีประโยชน์และเหมาะกับสรีระของเขา ปลาเนื้อขาว, เนื้ออกไก่, โยเกิร์ตไขมันต่ำ, อะโวคาโด้, ชีส, แฮม และ ขนมปังปิ้ง อะไรเทือกนี้ๆ แต่ทุกอย่างถูกคำนวนอย่างเหมาะสมว่า เมื่อไหร่จะกินได้เท่าไหร่ ซึ่งโรนัลโด้แก้ปัญหาเรื่องการคิดคำนวนด้วยการจ้างนักโภชนาการส่วนตัวไว้เรียบร้อย ดังนั้นทุกมื้อของโรนัลโด้ ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ไหน ก็ล้วนแต่เป็นมื้ออาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมเสมอ 5afd7e181ae66272008b480f

“กินเป็นประจำ” โรนัลโด้ กล่าว “เมื่อคุณฝึกหนัก ก็ต้องเติมพลังงานเข้าไปให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ บางครั้งผมกินอาหารมื้อเล็กๆ วันละ 6 มื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานที่ได้มันเพียงพอต่อการทำงานของร่างกายผมแต่ละครั้ง” 

ทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นในบ้านของเขาทั้งนั้น … นี่คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเราทุกคนต่างก็เชื่อว่า “บ้าน” คือที่ที่ทำให้เราแสดงความเป็นตัวเองได้มากที่สุด เราสามารถกินอาหารแบบตะกละตะกลาม นอนกรนดังสนั่น ยกสำรับข้าวขึ้นมากินบนห้องนอน เปิดโทรทัศน์ดังไปสามบ้านแปดบ้าน หรืออะไรก็ตามแต่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครว่า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครไม่รักความสบาย และชอบความผ่อนคลายทั้งนั้น  

แต่โรนัลโด้ กลับทำได้ เขาไม่เคยมีช่องว่างให้กับการผ่อนคลาย เข้มงวดกับตัวเองตลอดไม่ว่าจะทำอะไร แม้จะอยู่ในบ้านที่ไม่มีใครเห็นว่าเขาทำอะไร แต่โรนัลโด้ไม่เคยโกหกตัวเอง เขายังทำเรื่องน่าเบื่อ (ในสายตาคนทั่วไป) ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นเป็นสิบปี … ซึ่งคำตอบก็ชัดเจนดีว่าเขาได้อะไรกลับมา ในวัย 35 ปี โรนัลโด้ ยังเล่นฟุตบอลได้แข็งแกร่ง ปราดเปรียว เหมือนกับเด็กอายุ 20 ปีไม่มีผิดเพี้ยน

“จงมีระเบียบวินัย รักษาแรงจูงใจที่มีเอาไว้ตลอดเวลา และอย่าหย่อนยานกับกิจวัตรประจำวันที่คุณต้องทำ สำหรับผมผมไม่เคยเหลาะแหละ ผมพยายามบังคับตัวเองให้เข้มงวดตลอดเวลา” โรนัลโด้ กล่าว 

 

บ้านสร้างความสุข 

แม้หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า โรนัลโด้ คือเครื่องจักรที่ไร้หัวใจไปเสียแล้ว ทุกอย่างที่เขาทำในบ้านของตัวเองคือการทรมานตัวเองเพื่อแลกกับความสำเร็จในอาชีพ แล้วแบบนี้จะมีความสุขที่แท้จริงได้หรือ? 

คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับว่าความสุขของแต่ละคนนั้นมีความหมายว่าอย่างไร” … โรนัลโด้ เองมีความสุขกับชีวิตที่มีวินัยแบบนี้ เขามีเงินทองมากมายพอที่จะทำอะไรก็ได้ ซื้ออาหารที่อร่อยแค่ไหนก็ได้ ซื้อเครื่องดื่มเกรดดี จัดปาร์ตี้ในบ้านราวกับเป็นงานคาร์นิวาลก็ยังไหว แต่โรนัลโด้ เลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้น … เพราะเขาเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือสิ่งเล็กๆ รอบตัวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ได้อยู่กับคนที่รัก ได้ผ่อนคลายในเวลาที่ร่างกายและจิตใจต้องการมัน แค่นี้ก็มากพอ

“การฝึกหนักและการฟิตร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่การใช้ชีวิตในแง่มุมของความผ่อนคลายจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ยอดเยี่ยม เพราะนั่นเท่ากับว่าคุณเป็นคนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ผมใช้เวลาว่างกับครอบครัว เพื่อนฝูง กับคนที่ผมรัก และนั่นก็มากพอแล้วที่ทำให้ผมมีความสุขกับสิ่งนั้นและมันช่วยสร้างทัศนคติที่ดีได้”  28279620_10156251521477164_2046851769016992200_nทุกวันนี้ โรนัลโด้ มีครอบครัวใหญ่ เขามีลูก 4 คน และภรรยาอีก 1 คน กิจกรรมที่ โรนัลโด้ แชร์บนโซเชี่ยลมีเดียของเขาทุกวันนี้ล้วนมีแต่เรื่องราวของครอบครัวเสมอ เช่นการเข้าโรงยิม (ในบ้าน) พร้อมกับลูกชายคนโต “คริสเตียโน่ จูเนียร์” การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่นเต้นแอโรบิคพร้อมกับภรรยา หรือแม้กระทั่งการนอนดูโทรทัศน์ในอิริยาบถสบายๆ แต่ก็ยังไม่วายมีกิมมิคเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพซ่อนอยู่เพราะระหว่างที่เขาดูนั้นภรรยาของเขาก็ใช้เครื่องนวดกล้ามเนื้อต้นขาให้ … ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยให้โลกได้รับรู้ตอนนี้คือการมีครอบครัวที่อบอุ่น ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขนาดไหน และเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงอยู่บนจุดสูงสุดในอาชีพได้แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตามCristiano-Ronaldo-Instagram-La-famiglia-bianconera

แม้ทุกคนภายนอกจะมองว่าบ้านสำหรับ คริสเตียโน่ คือ “บ้านสร้างปีศาจ” ที่ไม่ต่างอะไรกับสถานที่ทำงาน … แต่ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีราคาที่ต้องแลกมา โรนัลโด้ ยอมใช้ความมุ่งมั่น ความเหนื่อยล้า เข้าแลกกับความยากลำบากเหล่านี้ จนทำให้เขาได้อีกสิ่งหนึ่งกลับมา ซึ่งนั่นก็คือ บ้านที่มอบความรัก, ความอบอุ่น และความปลอดภัย บ้านที่ทุกคนในบ้านกินอิ่มนอนหลับ และมีชีวิตที่หลายคนได้แต่เฝ้าฝันถึง

และในวันที่ โรนัลโด้ เลิกเล่นฟุตบอล เขาก็จะได้คำตอบว่าสิ่งที่แลกไปนั้นคุ้มขนาดไหน เขาจะถูกกล่าวขานเป็นตำนานโลกลูกหนังแบบไม่รู้จบ และมันจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับครอบครัวที่มีความสุขอีกด้วย … 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *