การยิงหมัดที่เร็วที่จนมองไม่ทันของ “ยอดมนุษย์” รอย โจนส์ จูเนียร์

การยิงหมัดที่เร็วที่จนมองไม่ทันของ “ยอดมนุษย์” รอย โจนส์ จูเนียร์

หมัดสายฟ้า อาจจะดูเป็นชื่อท่าไม้ตายที่ดูเว่อร์ราวกับดูการ์ตูน อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงกับนักชกที่ชื่อว่า รอย โจนส์ จูเนียร์ นักชกที่เรียกตัวเองว่า “ราชาแห่งขุนเขา” และถูกขนานนามว่า “เทพแห่ง แฮนด์ สปีด”

 

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย และมีนักมวยเก่งๆ ขึ้นรุ่นมากี่คน ชื่อของ โจนส์ ยังคงปรากฎออกมาเป็นอันดับ 1 เรื่องความเร็วในลิสต์การจัดอันดับของสื่ออยู่เสมอ … 

อย่างไรก็ตาม โจนส์ มีความลับที่ซ่อนอยู่ในตัวมากกว่าความเร็ว … แล้วอะไรกันล่ะ ที่ช่วยเสริมหมัดสายฟ้าแล่บของเขาให้เฉียบคมจนกลายเป็นตำนาน

ติดตามได้ที่นี่roy-jones-john-ruiz

 

เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเทิร์นโปร

หลายคนรู้จัก รอย โจนส์ จูเนียร์ จากเหตุการณ์โกงช็อคโลกในโอลิมปิกที่เกาหลีใต้ ปี 1988 ซึ่งเขาในฐานะนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติสหรัฐอเมริกา เดินหน้าไล่ถล่ม ปาร์ค ซี ฮุน นักชกเจ้าภาพจนยับเยิน แต่กลับถูกตัดสินว่า “แพ้” และชวดเหรียญทองไปอย่างเหลือเชื่อ

การตัดสินครั้งนั้นทำให้ โจนส์ ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่วงการมวยสากลอย่างเต็มตัว และไม่หันกลับมาล่าฝันในการคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก อีกต่อไป  

ซึ่งการแพ้ในโอลิมปิกปี 1988 ของ โจนส์ นั้นนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง เนื่องจากสื่อทางอเมริกาเดินหน้าทำข่าวเจาะเรื่องนี้อย่างเต็มรูปแบบ จนทำให้สุดท้าย คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ก็กลับมาสอบสวนอีกครั้ง และพบว่าผู้ตัดสินทั้ง 3 คนในไฟต์นั้นได้รับสินบนจากเจ้าหน้าที่โอลิมปิกของเกาหลีใต้จริง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ โจนส์ เข้าสู่วงการมวยสากล และกลายเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในโอลิมปิกมีผลอย่างมากที่สามารถผลักดันให้ โจนส์ ก้าวขึ้นมาเป็นโคตรมวยได้ เพราะเขาได้ผ่านความผิดหวังขั้นสูงสุดมาตั้งแต่เด็ก และนั่นทำให้ โจนส์ กลายเป็นนักมวยที่มีสภาพจิตใจแข็งแกร่งเป็นอย่างมากเมื่อเติบโตขึ้นมา 

“คนอย่าง รอย โจนส์ จูเนียร์ เนี่ยเรียกได้เลยว่าเป็นประวัติศาสตร์ เขาคือส่วนผสมระหว่างพรสวรรค์กับพรแสวง เขาทัศนคติดี ที่สำคัญคือเป็นคนอดทนกับหลายเรื่องได้ดีมาก คุณคิดดู การโดนโกงในโอลิมปิกตั้งแต่เด็กมันโหดร้ายขนาดไหน? เป็นคนอื่นๆ คงจิตใจเตลิดไปไกลแล้วละ” ชาร์ลส์ ฟาร์เรลล์ อดีตผู้จัดการนักมวยชื่อดังกล่าวถึงความยอดเยี่ยมของ โจนส์ 

นอกจากเรื่องของสภาพจิตใจแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ โจนส์ นำมาจากความพ่ายแพ้สมัยเป็นนักมวยสมัครเล่น มาต่อยอดในเวทีอาชีพก็คือ “การออกหมัด” … Sports Illustrated สื่อกีฬาสัญชาติอเมริกันพยายามจะอธิบายว่า รอย โจนส์ จูเนียร์ คือนักชกที่ออกหมัดใส่คู่แข่งได้มากที่สุด และนั่นทำให้ตลอดการแข่งขันโอลิมปิก 1988 ตั้งแต่รอบแรก โจนส์ ไม่เคยแพ้คะแนนใครแม้แต่ยกเดียวจนกระทั่งถึงรอบชิงที่เป็นปาหี่ล็อคผล

หนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาออกหมัดได้เยอะก็คือ พรสวรค์ด้านความเร็ว อย่างในนัดชิงเหรียญทองกับ ปาร์ค ซี ฮุน นั้น รอย โจนส์ เดินหน้าปล่อยหมัดแทบทุกยก แถมออกหมัดด้วยความเร็วจนหน้าตาของนักชกชาวเกาหลีใต้บวมช้ำอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

“ปาร์ค ซี ฮุน โดนจนอ่วมแล้ว มันง่ายดายเหมือนกับว่า โจนส์ แค่เดินเข้าไปหยิบเหรียญทองแล้วเดินกลับบ้านแบบนั้นเลยทีเดียว” มาร์ฟ อัลเบิร์ต ผู้บรรยายไฟต์ดังกล่าวของช่อง ABC กล่าว 

“รอย โจนส์ ชนะ ปาร์ค ซี ฮุน คู่ชกชาวเกาหลีใต้แบบไม่ต้องนับคะแนนเลยก็ยังได้ เขาปล่อยหมัดทำแต้มแล้วทำแต้มอีก ไม่ว่าจะวงในวงนอกครอบรสจริงๆ ตอนนี้เรากกำลังรอการตัดสินจากรรมการอยู่ครับ” ดร. เฟรดี้ ปาเชโก้ คนพากย์ไมค์ 2 กล่าวเสริม 

อย่างแรกคุณต้องเข้าใจก่อนว่า ปาร์ค ซี ฮุน นั้นไม่ใช่นักมวยที่ไม่มีน้ำยาอะไรอย่างที่ใครเข้าใจ เขาอาจจะเป็นแค่นักมวยเกาหลีใต้ที่คนไทยส่วนน้อยจะรู้จัก แต่ ซี ฮุน คือนักมวยที่ดีและมีฝีไม้ลายมือแบบสู้ได้ไม่อายใคร 

เขาเป็นนักชกฝีมือดีที่สุดของเกาหลีใต้ในเวลานั้น และเป็นความหวังเหรียญทองของเจ้าภาพอย่างแท้จริง ซี ฮุน คว้าแชมเหรียญทองรุ่นไลท์เวต ในศึก Boxing World Cup ปี 1985 นอกจากนี้ยังคว่ำ เควิน ไบรอันท์ แชมป์จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเป็นแชมป์ทวีปเอเชียอีก 2 สมัย

ดังนั้นการที่ รอย โจนส์ ในช่วงวัยรุ่นเดินหน้าไล่ถลุงนักชกระดับแชมป์โลกแบบ ซี ฮุน ได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความเร็วและพลังของหมัดของเขาอย่างแท้จริง … ว่าแต่หมัดของเขาเร็วขนาดไหนเมื่อพัฒนาถึงขีดสุด? และมันสามารถใช้งานได้ไหมเมื่อเขาไปชกในระดับอาชีพ? 

 

ความเร็วอันดับ 1 ของโลก

เมื่อเข้าสู่วงการมวยสากลอาชีพ รอย โจนส์ จูเนียร์ ได้ปรับเอาทักษะ “แฮนด์ สปีด” ของเขามาใช้ให้ถูกทางและรัดกุมขึ้น กล่าวคือเดิมทีเขาจะเน้นใช้ความเร็วของหมัดช่วยเสริมในการบุกเข้าประชิดคู่ชกสมัยเป็นนักชกสมัครเล่น แต่เมื่อเป็นมวยอาชีพแล้วระยะความห่างของฝีมือนั้นใกล้ๆ กันหมด การจะให้ลุยชกด้วยหมัดที่มีความเร็วอย่างเดียวอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดและตัวเขาเป็นฝ่ายโดนน็อคเสียเองได้ royjonesjr_large

โจนส์ จึงได้เพิ่มหนึ่งทักษะเข้ามา นั่นคือทักษะการดักชก เว็บไซต์กีฬาอย่าง Bleacher Report รวมถึงค่ายฝึกศิลปะการต่อสู้อย่าง Evolve ที่มักจะจัดอันดับต่างๆ ของนักมวยและวงการศิลปะการต่อสู้ ให้คำอธิบายถึงสไตล์การชกของโจนส์เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า …

“โจนส์ เป็นที่รู้จักกันในนามของนักชกที่มักจะรอจังหวะความผิดพลาดของคู่แข่ง เมื่อคู่แข่งของเขาเผลอเข้ามาในระยะ เขาจะปล่อยหมัดฮุกที่เร็วเหมือนกับสายฟ้า พร้อมหมัดอัปเปอร์คัทที่เร็วและแรงไม่แพ้กัน การปล่อยหมัดของเขามันเร็วมาก สังเกตได้จากการบิดสะโพกที่ช่วยเสริมพลังให้กับมัน” ค่าย Evolve เขียนอธิบายไว้ในบทความ 5 นักชกที่มีแฮนด์สปีดเร็วที่สุดตลอดกาล ซึ่งแน่นอน รอย โจนส์ จูเนียร์ ถูกจัดให้เป็นอันดับ 1

การเอาความเร็วในการปล่อยหมัด มาประยุกต์ใช้ทั้งในการบุกและการตั้งรับ คืออาวุธที่ โจนส์ ใช้มาตลอดชีวิตนักมวยของเขา ความเร็วของหมัดนั้นนำมาสู่เทคนิคใหม่ๆ ต่างๆ มากมาย จนทำให้นอกจากจะมีความเร็วแล้ว เขายังสามารถปล่อยอาวุธออกมาได้จากหลายมุมหลายระยะอีกด้วย

หนึ่งในเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์คือ Behind Back Punch หรือการเอามือไปไขว้ข้างหลังแทนที่จะเป็นการตั้งการ์ดป้องกัน โจนส์ เคยใช้ท่าดังกล่าวเพื่อเปิดหน้าล่อให้คู่ชกของเขาอยากจะเดินหน้าเข้ามายิงหมัดปิดบัญชี … และใครที่เดินเข้าหา ก็ถือว่าเป็นการติดกับดักที่เขาวางไว้เรียบร้อยแล้ว

ที่เขาไม่ยกการ์ดบังหน้าเพราะเขาสามารถใช้ทักษะการโยกหัวหลบหมัดคู่ต่อสู้ได้เร็วไม่แพ้กับการปล่อยหมัด ดังนั้นเมื่อคู่ชกปล่อยหมัดมาและ โจนส์ สามารถโยกหลบได้ หลังจากนั้นด้วยความเร็วที่มี บวกกับหมัดที่ซ่อนไว้ด้านหลังทำให้เขาสามารถเลือกมุมปล่อยหมัดได้หลากหลาย ซึ่งถ้าคู่ชกสายตาไม่ดีก็ยากที่จะอ่านทางและป้องกันได้ทัน 

นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ รอย โจนส์ เป็นนักชกที่พยายามทำน้ำหนักขยับรุ่นตลอดเวลา เขาเคยไต่รุ่นตั้งแต่รุ่นมิดเดิลเวตจนไปถึงเฮฟวี่เวตมาแล้ว แม้เขาจะเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มน้ำหนัก แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความเร็วของหมัด ที่ไม่ว่าจะมีการจัดอันดับกี่ครั้ง หมัดของ รอย โจนส์ จูเนียร์ ก็มักจะอยู่บนสุดของชาร์ทเสมอ

“มันก็ยอดเยี่ยมมากๆ (เมื่อถูกบอกว่าเป็นคนที่ปล่อยหมัดเร็วที่สุดในโลก) เพราะเอาความจริงแล้ว นักมวยคนหนึ่งไม่ควรจะแข็งแกร่งด้านใดเพียงด้านเดียว คุณต้องฝึกฝนมันทั้งหมดเพื่อเพิ่มทักษะด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งความเร็วก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้บนเวที” เขาเผยว่าทำไมเขาจึงต้องฝึกความเร็วอยู่เสมอ 

 

ครอสขวามหาประลัยจากการผสมอันครบเครื่อง 

เมื่อความเร็วยังคงอยู่ นั่นหมายความท่าไม้ตายต่างๆ ของ รอย โจนส์ จูเนียร์ ก็ยังสามารถใช้ได้ในทุกรุ่น ซึ่งจะมีประสิทธิภาพหนักเบาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับรุ่นน้ำหนักและคู่ชกว่ามีคางที่แข็งแค่ไหน

แต่หนึ่งท่าที่เราสามารถเรียกได้ว่า “ท่าไม้ตาย” ได้เต็มปากคือ หมัดครอสขวา ที่เขาใช้เป็นหมัดในการน็อคคู่ต่อสู้มากที่สุด เพราะมันเป็นการปล่อยหมัดชุดที่รวดเร็ว หลังจากเปิดด้วยหมัดฮุกซ้าย เขาจะตามด้วยหมัดครอสขวา ซึ่งหมัดชุดนี้ โจนส์ เคยใช้คว่ำ ริคกี้ สแต็คเฮ้าส์ ด้วยระยะเวลาเพียง 46 วินาทีเท่านั้น

สิ่งที่ยืนยันได้ถึงความเร็วและอันตรายของหมัดครอสขวาคือ มันถูกบรรจุเป็นท่าไม้ตายของ โจนส์ ในเกมชกมวยที่ดังที่สุดแห่งยุคอย่าง Fight Night อีกด้วย 

“จะบอกว่าสปีดหมัดของ โจนส์ เร็วแค่ไหนน่ะเหรอ? ผมว่าเขาเป็นนักมวยที่สามารถขึ้นไปโชว์สกิลแบบพวกขี้อวดได้ในการชกราวกับไม่มีคู่ชกยืนอยู่บนเวทีเดียวกับเขาเลย ความเร็วของเขาสุดยอดที่สุดไม่ว่าจะทำน้ำหนักขึ้นไปกี่รุ่นต่อกี่รุ่น ด้วยความเร็วที่มี เมื่อบวกกับความฉลาดของเจ้าตัว มันทำให้เขากลายเป็นคนที่เร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย” Bleacher Report ว่าถึงนักมวยที่พวกเขาเลือกเป็นอันดับ 1 ในสาขาหมัดเร็วตลอดกาล 

ความฉลาดและความเร็วในการออกหมัดของ โจนส์ ถูกวิเคราะห์ต่ออีกขั้น และมีการบอกว่าเขาเป็นนักมวยที่ปล่อยหมัดคอมโบได้เก่งกาจที่สุดคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่เร็วเท่านั้น แต่มันมีความแม่นซ่อนอยู่ด้วย 

การปล่อยหมัดให้เร็วและแม่นของ รอย โจนส์ เป็นพรสวรรค์ บวกกับการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง จนทำให้เมื่อขึ้นเวที หมัดของเขากลายเป็นเหมือนของง่ายโดยแทบไม่ต้องเล็ง เขาปล่อยหมัดฮุกติดต่อกันได้ 4-5 หมัดโดยไม่ซ้ำมุมเลย และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงกลายเป็นนักชกที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจกับคนดูได้มากที่สุดอีกด้วยssssss

สถิติของ โจนส์ ตลอดการขึ้นชกคือ ชนะ 65 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการชนะแบบน็อคเอาต์อีก 47 ครั้ง และ แพ้ 9 ครั้ง ซึ่งจำนวนการแพ้ที่มากมายเหล่านี้บ่งบอกถึงสไตล์การชกของเขาได้เป็นอย่างดี โจนส์ เป็นนักมวยที่เชื่อว่าการบุกคือการตั้งรับที่ดีที่สุด และหมัดสายฟ้าของเขายังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้แม้ว่าเขาจะลาเวทีไปนานแล้วก็ตาม 

“ผมก็ไม่เคยสังเกตว่าผมเป็นคนออกหมัดเร็วที่สุดในวงการมวยหรอกนะ จนกระทั่งมีคนเริ่มเรียกผมแบบนั้น ซึ่งความจริงมันน่าจะเป็นการฝึกเรื่องความเร็วของร่างกาย ผมทำมันซ้ำๆ จนเป็นเรื่องปกติ” โจนส์  กล่าวทิ้งท้าย 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *